top of page
  • รูปภาพนักเขียนSlim Up Center

ดูยังไงว่าท้องหรือลงพุง

อัปเดตเมื่อ 31 พ.ค.



ท้องจริงหรือแค่อ้วนกันแน่? บ่อยครั้งที่เวลาเรามองผู้หญิงคนหนึ่งแล้วเกิดคำถามนี้ขึ้นมาในหัว ฉันจะต้องลุกให้เขานั่งไหมนะ ถ้าลุกแล้วปรากฎว่าเขาไม่ได้ท้อง เขาจะหาว่าฉันเสียมารยาทหรือเปล่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นวนลูปในชีวิตประจำวันเราอยู่ตลอด แต่...รู้ไหมว่า เมื่อมองลึกลงไปในรายละเอียดของการตั้งครรภ์และการเป็นคนอ้วนนั้น มีรายละเอียดที่แตกต่างกันมากนะ แต่จะแตกต่างกันยังไง SLIM UP CENTER มีคำตอบค่ะ


สารบัญ ดูยังไงว่าท้องหรือพุง


ดูยังไงว่าท้องหรือลงพุง

สำหรับวิธีดูลักษณะท้องของคนท้อง พุงคนท้องระยะแรกมองออกเลยไหม คนท้องระยะแรก หรือช่วงไตรมาสแรกพุงของแม่ท้องมักจะสังเกตเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก เพราะมดลูกขยายขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากทารกในครรภ์ยังมีขนาดเล็กมาก น้ำหนักตัวจะค่อนข้างคงที่ หรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 1-3 กิโลกรัม แต่จะเริ่มมีอาการต่าง ๆ ที่แสดงให้รู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ ได้แก่ อาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เต้านมคัดตึง หรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอย เนื่องจากตัวอ่อนกำลังฝังตัวลงในผนังมดลูก


  • คนท้องไตรมาสแรก พุงจะยังไม่สังเกตเห็นชัดเจนนัก เพราะทารกในครรภ์ยังมีขนาดเล็กมาก น้ำหนักตัวของแม่ท้องจะยังคงที่ หรือเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย

  • พุงของคนท้องกับพุงของคนอ้วนมีลักษณะที่แตกต่างกัน พุงของคนอ้วนจะมีลักษณะนุ่มนิ่มเกิดจากชั้นไขมันในช่องท้อง และมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ส่วนพุงของคนท้องจะมีลักษณะนูนเล็กน้อยในช่วงแรก พุงจะใหญ่ขึ้นตามการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ น้ำหนักตัวจะขึ้นไม่มากนัก ขึ้นเพียง 1-3 กิโลกรัม ในช่วงแรก

  • คนท้องระยะแรก สังเกตอาการต่าง ๆ ได้ดังนี้ ประจำเดือนขาด คัดเต้านม คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว อ่อนเพลียง่าย ปัสสาวะบ่อยขึ้น หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดกะปริบกะปรอย


พุงคนท้องระยะแรก จะดูไม่ค่อยออกจริงไหม ?

คนท้องระยะแรกจะดูไม่ค่อยออกเพราะน้ำหนักของแม่ท้องจะขึ้นมาไม่มากนักประมาณ 1-3 กิโลกรัม เพราะทารกในครรภ์ยังมีขนาดเล็กมาก ทำให้ดูไม่ค่อยออกว่าตั้งครรภ์


พุงคนท้องระยะแรกเป็นแบบไหน

พุงของคนท้องในระยะแรก แม่ท้องส่วนใหญ่จะสังเกตไม่ค่อยเห็น โดยเฉพาะแม่ท้องที่แพ้ท้องมาก ๆ ไม่อยากอาหารทำให้น้ำหนักตัวลด หน้าท้องยิ่งไม่เห็น ส่วนใหญ่แม่ท้องน้ำหนักขึ้นในระยะแรก มักจะขึ้นมา 1-3 กิโลกรัม ทำให้พุงในช่วงแรกอาจขยายยื่นออกมาเล็กน้อย สะดือของแม่ตั้งครรภ์บางคนมีลักษณะแบนราบ บางคนเริ่มนูนยื่นออกมา แม่ท้องบางคนอาจมีอาการปวดสะดือเมื่อสัมผัสบริเวณหน้าท้อง อาการที่แสดงออกมาในช่วงนี้สำหรับแม่ท้อง ไตรมาสแรกหรือตั้งครรภ์ระยะแรกที่สังเกตได้ เช่น ประจำเดือนขาด เต้านมคัดตึง อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย คลื่นไส้อาเจียนง่าย


คนท้อง พุงจะเริ่มยื่นออกมาให้เห็นช่วงเดือนไหน

แม่ท้องในไตรมาสแรกอาจมีหน้าท้องหรือเอวที่ขยายขึ้นเพียงเล็กน้อย บางคนแทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเลย สำหรับไตรมาสที่ 2 เริ่มสังเกตได้ด้วยตาเปล่า เพราะหน้าท้อง และเอวของแม่ท้องเริ่มขยายใหญ่ขึ้นตามการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ และอาจรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของทารกได้ในสัปดาห์ที่ 20


ดูยังไงว่าท้องหรือลงพุง-ความแตกต่างพุงของคนท้องกับพุงของคนอ้วน

ความแตกต่างพุงของคนท้องกับพุงของคนอ้วน

พุงคนท้องแตกต่างจากพุงคนอ้วน พุงจะค่อย ๆ โตขึ้นและจะขยายใหญ่ตามขนาดของทารกในครรภ์ แตกต่างจากพุงคนอ้วนที่เกิดจากไขมันที่สะสมในช่องท้อง ทำให้เป็นสาเหตุของอ้วนลงพุง ซึ่งอ้วนลงพุงจะมีน้ำหนักตัวมาก ลักษณะพุงจะเป็นชั้น ๆ เกิดจากการสะสมของไขมันจากการรับประทานอาหารโดยไม่ระมัดระวัง ไม่ออกกำลังกายบริหารร่างกาย ซึ่งนำไปสู่โรคต่าง ๆ ได้


ซึ่ง “ภาวะอ้วนลงพุง” เป็นภาวะที่ระบบการเผาผลาญพลังงานผิดปกติ ทำให้มีไขมันสะสมในช่องท้องหรืออวัยวะในช่องท้องมากเกินไป ส่งผลให้มีหน้าท้องยื่นออกมา ภาวะอ้วนลงพุงไม่ได้พบในเฉพาะคนอ้วนเท่านั้น ถึงแม้ว่าน้ำหนักตัวจะอยู่ในเกณฑ์ปกติก็สามารถเกิดโรคอ้วนลงพุงได้เช่นกัน นอกจากนี้ภาวะอ้วนลงพุงยังส่งผลให้เกิดภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรังตามมาอีกหลายโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น


พุงคนอ้วนวัดอย่างไง

เมื่อไรถึงจะเรียกว่า " อ้วน" หรือ "อ้วนลงพุง" สามารถประเมินได้ง่ายๆ จากการคำนวณค่าดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI)


วิธีการตรวจสอบว่าคุณเป็นภาวะอ้วนลงพุงหรือไม่ ด้วยค่า BMI ?

วิธีการตรวจสอบว่ามีภาวะอ้วนลงพุงอยู่หรือไม่ ให้คำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย หรือค่า BMI ซึ่งมีวิธีคำนวณดังนี้ นำน้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง หรือ BMI = น้ำหนัก (kg) ÷ ส่วนสูง (m)2


  • หากผลออกมาน้อยกว่า 18.5 นั่นแปลว่า น้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน

  • หากผลออกมา 18.5 – 22.9 นั่นแปลว่า น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

  • หากผลออกมา 23 – 24.9 นั่นแปลว่า น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน

  • หากผลออกมา 25 – 29.9 นั่นแปลว่า อ้วนระดับ 1

  • หากผลออกมา มากกว่าหรือเท่ากับ 30 นั่นแปลว่า อ้วนระดับ 2


ทั้งนี้ น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของผู้ชายที่รูปร่างสมส่วน ค่า BMI จะอยู่ที่ 22 –23 ในขณะที่หญิงที่รูปร่างสมส่วน ค่า BMI จะอยู่ที่ 19 –20


อย่างไรก็ตาม แม้ว่าค่า BMI จะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หากมีเส้นรอบเอวที่มากเกิน มีความเป็นไปได้ว่ามีไขมันสะสมที่ช่องท้องหรืออวัยวะภายในช่องท้องมากเกินไป หรืออาจเรียกอีกอย่างว่า ภาวะอ้วนลงพุง ดังนั้นจึงมีวิธีการวัดเส้นรอบเอวดังนี้


  • ท่าทางอยู่ในลักษณะการยืน

  • ใช้สายวัด วัดบริเวณรอบสะดือให้ขนานกับพื้น

  • หายใจปกติ ไม่แขม่วท้อง และสายรัดต้องไม่แน่นจนเกินไป


โดยผู้ชายควรมีรอบเอวไม่เกิน 90 ซม. หรือ 35.4 นิ้ว ส่วนผู้หญิงควรมีรอบเอวไม่เกิน 80 ซม. หรือ 31.5 นิ้ว


ดูยังไงว่าท้องหรือลงพุง-ภาพที่แสดงนี้เป็นการเปรียบเทียบ MRI ของตัวอย่างกล้ามเนื้อจากสามบุคคล

ภาพที่แสดงนี้เป็นการเปรียบเทียบ MRI ของตัวอย่างกล้ามเนื้อจากสามบุคคล ประกอบด้วย


1. ชายอายุ 24 ปี

2. ชายอายุ 66 ปี ที่ มีระดับ Inavtive (กล้ามเนื้อไม่ค่อยใช้งาน)

3. และชายอายุ 66 ปี มีระดับ Active (กล้ามเนื้อมีการใช้งานสม่ำเสมอ)


จากภาพทั้งสามจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีความแตกต่างระหว่างกล้ามเนื้อของบุคคลที่มีการใช้งานกับบุคคลที่ไม่มีการใช้งาน แม้ว่าทั้งคู่จะมีอายุเท่ากัน


▪️ กล้ามเนื้อของชายวัย 24 ปีมีลักษณะแน่นและมีความเข้มข้นของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อมากที่สุด


▪️ ในชายอายุ 66 ปี ที่ไม่ได้ใช้งานกล้ามเนื้อจึงมีลักษณะที่ลีบบางและมีไขมันสะสมมากขึ้นในกล้ามเนื้อ


▪️ สำหรับชายอายุ 66 ปี ที่มีระดับกิจกรรมหรือการใช้งานกล้ามเนื้อนั้นยังคงรักษามวลกล้ามเนื้อได้ดี โดยมีความหนาแน่นของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อสูง มีไขมันน้อย เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ออกกำลังกาย


ภาพนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกายในการรักษามวลกล้ามเนื้อและลดไขมันสะสมในกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อสุขภาพ รวมถึงการเลือกวิธีการในการดูแลควบคุมน้ำหนักที่ถูกต้อง มีความปลอดภัย และไม่ทำลายกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย...


นอกจากนี้ จากงานวิจัยของ Mcleod ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของมวลกล้ามเนื้อและองค์ประกอบของร่างกาย ระหว่างผู้ที่มีภาวะ Active และ Inactive ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด โดย งานวิจัยดังกล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทพื้นฐานของการรักษามวลกล้ามเนื้อ ไม่เพียงส่งผลต่อความสวยงาม (Aesthetics) แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพด้านเมตาบอลิซึม (Metabolic Health) หรือระบบการเผาผลาญในร่างกาย ดังนี้


ดูยังไงว่าท้องหรือลงพุง-กล้ามเนื้อกับระบบเผาผลาญ

กล้ามเนื้อกับระบบเผาผลาญ


ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยมวลกล้ามเนื้อ (Lean Muscle Mass) และมวลไขมัน (Fat Mass) โดยมวลกล้ามเนื้อจัดเป็นเนื้อเยื่อ “Active tissue” ทำหน้าที่สำคัญในการเผาผลาญพลังงาน (Energy Expenditure) ในขณะพัก (Resting metabolic rate) งานวิจัยทางสรีรวิทยาพบว่า มวลกล้ามเนื้อ 1 กิโลกรัม สามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่ามวลไขมัน 1 กิโลกรัม ถึง 3 เท่า ดังนั้น การรักษามวลกล้ามเนื้อจึงส่งผลต่ออัตราการเผาผลาญพลังงานโดยรวมของร่างกาย ส่งเสริมการควบคุมน้ำหนักในระยะยาว และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ อาทิ โรคเบาหวานชนิดที่ 2


กล้ามเนื้อกับการทำงานของร่างกาย


กล้ามเนื้อทำหน้าที่หลักในการเคลื่อนไหวร่างกาย (Locomotion) การทรงตัว (Posture) และการรักษาสมดุล (Balance) นอกจากนี้ กล้ามเนื้อรอบข้อต่อ (Muscles surrounding Joints) ยังทำหน้าที่ปกป้องข้อต่อจากการสึกหรอ (Joint Degeneration) การมีมวลกล้ามเนื้อที่เพียงพอส่งเสริมการใช้ชีวิตประจำวันอย่างคล่องตัว ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ และเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย


SLIM UP CENTER จึงให้ความสำคัญกับวิธีการที่ถูกต้องที่จะนำไปสู่ผลลัพท์ของการมีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบ ด้วยนวัตกรรมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากประเทศอิตาลี รวมถึงการปั้นหุ่น หรือ Body Sculpting ที่ไม่ใช่แค่เพื่อการลดไขมันเพื่อให้รูปร่างดูดีเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างและรักษาระดับมวลกล้ามเนื้อ โดยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมที่สอดคล้องกับหลักการทำงานธรรมชาติของร่างกาย เพื่อส่งมอบคุณค่าแห่งการมีหุ่นสวย สุขภาพดี อย่างยั่งยืนไปด้วย กับ SLIM UP CENTER


ดูยังไงว่าท้องหรือลงพุง-ปรึกษาลดน้ำหนัก  ไขมัน และ สัดส่วน ทักแชท

ปรึกษาลดน้ำหนัก  ไขมัน และ สัดส่วน ทักแชท

หุ่นสวย สุขภาพดี เริ่มต้นที่ Slim Up Center พร้อมให้คำปรึกษาและบริการทั้ง 18 สาขาทั่วประเทศแล้ววันนี้


Contact Us

Line : https://bit.ly/Slimupcenter หรือ @Slimupcenter

Call Center : 02-620-0000


ติดตามบทความเกี่ยวกับการลดน้ำหนักและการออกกำลังกายที่น่าสนใจได้ที่


ดู 35 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page