top of page
  • รูปภาพนักเขียนSlim Up Center

เซลลูไลท์ต้นขา ลดยังไง ??

อัปเดตเมื่อ 19 เม.ย.


เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ สถาบันลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์ จากประเทศอิตาลี Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์)  มีทั้งหมด 18 สาขา ทั่วประเทศ ทั้ง กรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัดครอบคลุมพื้นที่ ในการให้บริการสำหรับทุกท่าน ที่รักและสนใจ ในเรื่องการ ดูแลรูปร่าง ความงาม และ สุขภาพ โดยทีมงานมืออาชีพ มากประสบการณ์ของเรา ที่จะให้คำปรึกษาทุกท่าน อย่างใกล้ชิดทั้ง การกินโภชนาการ ควบคู่การออกกำลังกาย เคล็ดลับความสวยความงาม ในรูปแบบใหม่ ทรีทเม้นต์ใหม่  Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์) สถาบันลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์ จากประเทศอิตาลีภายใต้แนวคิด World of Advanced Technology in Firming & Slimming! เพื่อดูแลพร้อมแก้ปัญหารูปร่างสำหรับบุคคลที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักและสัดส่วนด้วยเทคโนโลยีที่ออกแบบรูปร่างด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่โดดเด่นทันสมัยและแตกต่างหนึ่งเดียวในประเทศไทย โดยสามารถวิเคราะห์และระบุปัญหารูปร่างเฉพาะส่วนของคุณได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และเห็นผลรวดเร็วในเวลาที่จำกัด  ไขมันเกาะแน่นกลายเป็นห่วงยางรอบเอว กำจัดยังไงก็ไม่หาย ไม่ว่าออกกำลังกายหนักแค่ไหนก็ไล่ไม่ไปเสียที ไขมันเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า “ไขมันดื้อ หรือ Stubborn Fat” ซึ่งเป็นไขมันที่อยู่ในชั้นใต้ผิวหนังที่กำจัดออกได้ยากมากที่สุด มักจะพบอยู่ในบริเวณเอว หน้าท้อง พุง โดยไขมันดื้อเกิดจากการสะสมของไขมันที่มาจากการรับประทานอาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน จนเกิดเป็นไขมันส่วนเกินที่ร่างกายไม่สามาถเผาผลาญได้หมด กลายเป็นปัญหาเมื่อไขมันดื้อเหล่านั้นเป็นไขมันที่ไล่ไม่ยอมไปเสียทีถึงแม้ว่าจะออกกำลังกายหรือพยายามควบคุมอาหารแล้วก็ตาม จนเกิดเป็น “ห่วงยางรอบเอว” ที่เป็นส่วนเกินในชีวิต  ท่าออกกําลังกาย ลดต้นขา ผู้หญิง เหมาะกับสาวขี้เกียจ หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!   เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!

เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ 


สถาบันลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์ จากประเทศอิตาลี Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์)  มีทั้งหมด 18 สาขา ทั่วประเทศ ทั้ง กรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัดครอบคลุมพื้นที่ ในการให้บริการสำหรับทุกท่าน ที่รักและสนใจ ในเรื่องการ ดูแลรูปร่าง ความงาม และ สุขภาพ โดยทีมงานมืออาชีพ มากประสบการณ์ของเรา ที่จะให้คำปรึกษาทุกท่าน อย่างใกล้ชิดทั้ง การกินโภชนาการ ควบคู่การออกกำลังกาย เคล็ดลับความสวยความงาม ในรูปแบบใหม่ ทรีทเม้นต์ใหม่  Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์) สถาบันลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์ จากประเทศอิตาลีภายใต้แนวคิด World of Advanced Technology in Firming & Slimming! เพื่อดูแลพร้อมแก้ปัญหารูปร่างสำหรับบุคคลที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักและสัดส่วนด้วยเทคโนโลยีที่ออกแบบรูปร่างด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่โดดเด่นทันสมัยและแตกต่างหนึ่งเดียวในประเทศไทย โดยสามารถวิเคราะห์และระบุปัญหารูปร่างเฉพาะส่วนของคุณได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และเห็นผลรวดเร็วในเวลาที่จำกัด  ไขมันเกาะแน่นกลายเป็นห่วงยางรอบเอว กำจัดยังไงก็ไม่หาย ไม่ว่าออกกำลังกายหนักแค่ไหนก็ไล่ไม่ไปเสียที ไขมันเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า “ไขมันดื้อ หรือ Stubborn Fat” ซึ่งเป็นไขมันที่อยู่ในชั้นใต้ผิวหนังที่กำจัดออกได้ยากมากที่สุด มักจะพบอยู่ในบริเวณเอว หน้าท้อง พุง โดยไขมันดื้อเกิดจากการสะสมของไขมันที่มาจากการรับประทานอาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน จนเกิดเป็นไขมันส่วนเกินที่ร่างกายไม่สามาถเผาผลาญได้หมด กลายเป็นปัญหาเมื่อไขมันดื้อเหล่านั้นเป็นไขมันที่ไล่ไม่ยอมไปเสียทีถึงแม้ว่าจะออกกำลังกายหรือพยายามควบคุมอาหารแล้วก็ตาม จนเกิดเป็น “ห่วงยางรอบเอว” ที่เป็นส่วนเกินในชีวิต  ท่าออกกําลังกาย ลดต้นขา ผู้หญิง เหมาะกับสาวขี้เกียจ หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!   เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!! เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ

เซลลูไลท์เกิดจาก ??

เนื่องจากเซลลูไลท์ส่วนมากแล้วจะพบเซลลูไลท์ได้ในผู้หญิง (มากกว่าผู้ชาย) ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ว่าตอนนี้หลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบใช่ไหมคะว่า เซลลูไลท์นั้นเกิดจากอะไรกันแน่ ?? บทความเรามีคำตอบ!! สาเหตุที่ทำให้เกิดเซลลูไลท์นั้นมีอยู่ 2 สาเหตุหลักๆ ด้วยค่ะ


1. เซลลูไลท์เกิดจากเส้นใยคอลลาเจนอ่อนแอ เมื่อเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวหนังอ่อนแอหรือสูญเสียความยืดหยุ่น ไขมันที่สะสมอยู่จะเริ่มดันผ่านชั้นของเส้นใยทำให้เกิดการกระแทกใต้ผิวหนัง เส้นใยคอลลาเจนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอาจอ่อนแอได้ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง, อายุมากขึ้น, ผิวหนังได้รับความเสียหายจากแสงแดด, ไขมันส่วนเกิน, ฮอร์โมน และการไหลเวียนไม่ดี

 

2. เซลลูไลท์เกิดจากการไหลเวียนไม่ดีและการกักเก็บของเหลว เซลล์ไขมันจะจับกันเป็นกลุ่มก้อน โดยมีคอลลาเจนล้อมรอบซึ่งทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี และเมื่อผนังหลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่น ความเร็วของการไหลเวียนโลหิตจะลดลง แทนที่จะถูกขับออกมา ของเหลวส่วนเกินและของเสียจะถูกผลักไปยังเซลล์ไขมัน ทำให้เกิดเซลลูไลท์และบวม โดยเนื้อเยื่อเกี่ยวพันจะดึงรั้ง ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเห็นเป็นคลื่นไม่เรียบเนียน สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผนังหลอดเลือดอ่อนแอ เกิดขึ้นตามอายุที่มากขึ้น และสาเหตุอื่น ๆ จากการใช้ชีวิต เช่น ไม่ออกกำลังกาย, การสูบบุหรี่, ความเครียด การนั่งเป็นเวลานาน หรือการรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง


สถาบันลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์ จากประเทศอิตาลี Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์)  มีทั้งหมด 18 สาขา ทั่วประเทศ ทั้ง กรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัดครอบคลุมพื้นที่ ในการให้บริการสำหรับทุกท่าน ที่รักและสนใจ ในเรื่องการ ดูแลรูปร่าง ความงาม และ สุขภาพ โดยทีมงานมืออาชีพ มากประสบการณ์ของเรา ที่จะให้คำปรึกษาทุกท่าน อย่างใกล้ชิดทั้ง การกินโภชนาการ ควบคู่การออกกำลังกาย เคล็ดลับความสวยความงาม ในรูปแบบใหม่ ทรีทเม้นต์ใหม่  Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์) สถาบันลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์ จากประเทศอิตาลีภายใต้แนวคิด World of Advanced Technology in Firming & Slimming! เพื่อดูแลพร้อมแก้ปัญหารูปร่างสำหรับบุคคลที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักและสัดส่วนด้วยเทคโนโลยีที่ออกแบบรูปร่างด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่โดดเด่นทันสมัยและแตกต่างหนึ่งเดียวในประเทศไทย โดยสามารถวิเคราะห์และระบุปัญหารูปร่างเฉพาะส่วนของคุณได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และเห็นผลรวดเร็วในเวลาที่จำกัด  ไขมันเกาะแน่นกลายเป็นห่วงยางรอบเอว กำจัดยังไงก็ไม่หาย ไม่ว่าออกกำลังกายหนักแค่ไหนก็ไล่ไม่ไปเสียที ไขมันเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า “ไขมันดื้อ หรือ Stubborn Fat” ซึ่งเป็นไขมันที่อยู่ในชั้นใต้ผิวหนังที่กำจัดออกได้ยากมากที่สุด มักจะพบอยู่ในบริเวณเอว หน้าท้อง พุง โดยไขมันดื้อเกิดจากการสะสมของไขมันที่มาจากการรับประทานอาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน จนเกิดเป็นไขมันส่วนเกินที่ร่างกายไม่สามาถเผาผลาญได้หมด กลายเป็นปัญหาเมื่อไขมันดื้อเหล่านั้นเป็นไขมันที่ไล่ไม่ยอมไปเสียทีถึงแม้ว่าจะออกกำลังกายหรือพยายามควบคุมอาหารแล้วก็ตาม จนเกิดเป็น “ห่วงยางรอบเอว” ที่เป็นส่วนเกินในชีวิต  ท่าออกกําลังกาย ลดต้นขา ผู้หญิง เหมาะกับสาวขี้เกียจ หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!   เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!  เซลลูไลท์เกิดจาก ?? เนื่องจากเซลลูไลท์ส่วนมากแล้วจะพบเซลลูไลท์ได้ในผู้หญิง (มากกว่าผู้ชาย) ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ว่าตอนนี้หลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบใช่ไหมคะว่า เซลลูไลท์นั้นเกิดจากอะไรกันแน่ ?? บทความเรามีคำตอบ!! สาเหตุที่ทำให้เกิดเซลลูไลท์นั้นมีอยู่ 2 สาเหตุหลักๆ ด้วยค่ะ  1. เซลลูไลท์เกิดจากเส้นใยคอลลาเจนอ่อนแอ เมื่อเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวหนังอ่อนแอหรือสูญเสียความยืดหยุ่น ไขมันที่สะสมอยู่จะเริ่มดันผ่านชั้นของเส้นใยทำให้เกิดการกระแทกใต้ผิวหนัง เส้นใยคอลลาเจนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอาจอ่อนแอได้ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง, อายุมากขึ้น, ผิวหนังได้รับความเสียหายจากแสงแดด, ไขมันส่วนเกิน, ฮอร์โมน และการไหลเวียนไม่ดี  2. เซลลูไลท์เกิดจากการไหลเวียนไม่ดีและการกักเก็บของเหลว เซลล์ไขมันจะจับกันเป็นกลุ่มก้อน โดยมีคอลลาเจนล้อมรอบซึ่งทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี และเมื่อผนังหลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่น ความเร็วของการไหลเวียนโลหิตจะลดลง แทนที่จะถูกขับออกมา ของเหลวส่วนเกินและของเสียจะถูกผลักไปยังเซลล์ไขมัน ทำให้เกิดเซลลูไลท์และบวม โดยเนื้อเยื่อเกี่ยวพันจะดึงรั้ง ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเห็นเป็นคลื่นไม่เรียบเนียน สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผนังหลอดเลือดอ่อนแอ เกิดขึ้นตามอายุที่มากขึ้น และสาเหตุอื่น ๆ จากการใช้ชีวิต เช่น ไม่ออกกำลังกาย, การสูบบุหรี่, ความเครียด การนั่งเป็นเวลานาน หรือการรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง  เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ

รวมวิธีเซลลูไลท์ต้นขา เห็นผลลัพธ์ดีที่สุด ฉบับประหยัด  

สำหรับใครที่กังวลว่าตัวเองนั้นมีเซลลูไลท์ที่ขาเยอะมาก เราขอให้แนะนำให้คุณลองทำลองตามรวมวิธีเซลลูไลท์ต้นขา เห็นผลลัพธ์ดีที่สุด ฉบับประหยัด  ก่อนค่ะ แล้วคุณจะกลับมามั่นใจ พร้อมเผยขาเรียบเนียนสวยแน่นอนค่ะ


วิธีที่ 1 ออกกำลังกายลดเซลลูไลท์ขา 

รวมท่าออกกำลังกายง่ายๆ ทำได้เองที่บ้านช่วยสลายเซลลูไลท์ขา ใช้เวลาไม่นาน แคบแล้วทำตามกันเลย!


สถาบันลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์ จากประเทศอิตาลี Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์)  มีทั้งหมด 18 สาขา ทั่วประเทศ ทั้ง กรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัดครอบคลุมพื้นที่ ในการให้บริการสำหรับทุกท่าน ที่รักและสนใจ ในเรื่องการ ดูแลรูปร่าง ความงาม และ สุขภาพ โดยทีมงานมืออาชีพ มากประสบการณ์ของเรา ที่จะให้คำปรึกษาทุกท่าน อย่างใกล้ชิดทั้ง การกินโภชนาการ ควบคู่การออกกำลังกาย เคล็ดลับความสวยความงาม ในรูปแบบใหม่ ทรีทเม้นต์ใหม่  Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์) สถาบันลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์ จากประเทศอิตาลีภายใต้แนวคิด World of Advanced Technology in Firming & Slimming! เพื่อดูแลพร้อมแก้ปัญหารูปร่างสำหรับบุคคลที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักและสัดส่วนด้วยเทคโนโลยีที่ออกแบบรูปร่างด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่โดดเด่นทันสมัยและแตกต่างหนึ่งเดียวในประเทศไทย โดยสามารถวิเคราะห์และระบุปัญหารูปร่างเฉพาะส่วนของคุณได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และเห็นผลรวดเร็วในเวลาที่จำกัด  ไขมันเกาะแน่นกลายเป็นห่วงยางรอบเอว กำจัดยังไงก็ไม่หาย ไม่ว่าออกกำลังกายหนักแค่ไหนก็ไล่ไม่ไปเสียที ไขมันเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า “ไขมันดื้อ หรือ Stubborn Fat” ซึ่งเป็นไขมันที่อยู่ในชั้นใต้ผิวหนังที่กำจัดออกได้ยากมากที่สุด มักจะพบอยู่ในบริเวณเอว หน้าท้อง พุง โดยไขมันดื้อเกิดจากการสะสมของไขมันที่มาจากการรับประทานอาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน จนเกิดเป็นไขมันส่วนเกินที่ร่างกายไม่สามาถเผาผลาญได้หมด กลายเป็นปัญหาเมื่อไขมันดื้อเหล่านั้นเป็นไขมันที่ไล่ไม่ยอมไปเสียทีถึงแม้ว่าจะออกกำลังกายหรือพยายามควบคุมอาหารแล้วก็ตาม จนเกิดเป็น “ห่วงยางรอบเอว” ที่เป็นส่วนเกินในชีวิต  ท่าออกกําลังกาย ลดต้นขา ผู้หญิง เหมาะกับสาวขี้เกียจ หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!   เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!  วิธีที่ 1 ออกกำลังกายลดเซลลูไลท์ขา  รวมท่าออกกำลังกายง่ายๆ ทำได้เองที่บ้านช่วยสลายเซลลูไลท์ขา ใช้เวลาไม่นาน แคบแล้วทำตามกันเลย!   1. ท่า Lunges  จากท่ายืนตรง ยกขาข้างหนึ่งไปด้านหน้า ทิ้งน้ำหนักตัวไปข้างหน้าจนขาสัมผัสพื้น ย่อตัวจนต้นขาตั้งฉากกับพื้น เข่าด้านหลังสัมผัสพื้นหรือไม่สัมผัสก็ได้ ลำตัวตั้งตรง ท่านี้หากทำถูกวิธีจะรู้สึกตึงๆ ขา ทำบ่อยๆ รับรองขากระชับ ไขมันหายแน่นอน   2. ท่า Squats  เป็นท่าที่สาวๆ นิยมกันสุดๆ เพราะเป็นท่าออกกำลังกายเนรมิตก้นสวยๆ นั่นเอง เริ่มจากยืนตรง กางขา จากนั้นย่อขาลงให้ได้มากที่สุด พยายามรักษาสมดุลระหว่างขา เท้า และก้น อย่ายื่นไปข้างหน้า หรือข้างหลังมากเกินไป อาจจะยื่นแขนไปข้างหน้าเพื่อรักษาสมดุลของร่างกายได้ ถ้ารู้สึกตึงๆ ที่ขา และก้น แสดงว่าทำถูก นอกจากก้นสวยไร้ไขมันแล้ว ยังได้เรียวขาสวยราวกับนางแบบอีกด้วย   3. ท่า Dead Lift  เล่นเวทก็เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยกระชับกล้ามเนื้อได้ยิ่งขึ้น ถ้าอยากลดเซลลูไลท์ที่ต้นแขน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลีกเลี่ยงการยกเวท หรือยกน้ำหนัก ใครถนัดดัมเบลก็ได้ แต่หากยกเวทด้วยท่า dead lift ทั้งสองแขนพร้อมกันแบบนี้ ก็จะยิ่งเห็นผลดี และเร็วยิ่งขึ้น ที่สำคัญประหยัดเวลามากกว่า เพราะยกทีก็ได้ออกกำลังกายพร้อมกันทั้ง 2 แขน   4. ท่า Hip Bridges  ท่านี้ให้ผลดีมากๆ ในเรื่องของการลดไขมันส่วนเกิน หรือเซลลูไลท์ โดยเฉพาะช่วงต้นขา และก้น แต่ในส่วนของหน้าท้อง และ “ปีก” ใต้เสื้อชั้นในด้านหลังก็หายไปได้ด้วยเช่นกัน นอนหงาย วางแขนราบกับพื้น ตั้งเข่าตรง แล้วดันก้นให้ลอยจากพื้น สามารถยกขาข้างใดข้างหนึ่งเพิ่มความเมื่อยเข้าไปอีกก็ย่อมได้ (แล้วอย่าลืมสลับขาด้วย) ถ้าทำถูกจะเมื่อยมาก แต่ได้ผลแน่นอน

1. ท่า Lunges

จากท่ายืนตรง ยกขาข้างหนึ่งไปด้านหน้า ทิ้งน้ำหนักตัวไปข้างหน้าจนขาสัมผัสพื้น ย่อตัวจนต้นขาตั้งฉากกับพื้น เข่าด้านหลังสัมผัสพื้นหรือไม่สัมผัสก็ได้ ลำตัวตั้งตรง ท่านี้หากทำถูกวิธีจะรู้สึกตึงๆ ขา ทำบ่อยๆ รับรองขากระชับ ไขมันหายแน่นอน


2. ท่า Squats

เป็นท่าที่สาวๆ นิยมกันสุดๆ เพราะเป็นท่าออกกำลังกายเนรมิตก้นสวยๆ นั่นเอง เริ่มจากยืนตรง กางขา จากนั้นย่อขาลงให้ได้มากที่สุด พยายามรักษาสมดุลระหว่างขา เท้า และก้น อย่ายื่นไปข้างหน้า หรือข้างหลังมากเกินไป อาจจะยื่นแขนไปข้างหน้าเพื่อรักษาสมดุลของร่างกายได้ ถ้ารู้สึกตึงๆ ที่ขา และก้น แสดงว่าทำถูก นอกจากก้นสวยไร้ไขมันแล้ว ยังได้เรียวขาสวยราวกับนางแบบอีกด้วย


3. ท่า Dead Lift

เล่นเวทก็เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยกระชับกล้ามเนื้อได้ยิ่งขึ้น ถ้าอยากลดเซลลูไลท์ที่ต้นแขน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลีกเลี่ยงการยกเวท หรือยกน้ำหนัก ใครถนัดดัมเบลก็ได้ แต่หากยกเวทด้วยท่า dead lift ทั้งสองแขนพร้อมกันแบบนี้ ก็จะยิ่งเห็นผลดี และเร็วยิ่งขึ้น ที่สำคัญประหยัดเวลามากกว่า เพราะยกทีก็ได้ออกกำลังกายพร้อมกันทั้ง 2 แขน


4. ท่า Hip Bridges

ท่านี้ให้ผลดีมากๆ ในเรื่องของการลดไขมันส่วนเกิน หรือเซลลูไลท์ โดยเฉพาะช่วงต้นขา และก้น แต่ในส่วนของหน้าท้อง และ “ปีก” ใต้เสื้อชั้นในด้านหลังก็หายไปได้ด้วยเช่นกัน นอนหงาย วางแขนราบกับพื้น ตั้งเข่าตรง แล้วดันก้นให้ลอยจากพื้น สามารถยกขาข้างใดข้างหนึ่งเพิ่มความเมื่อยเข้าไปอีกก็ย่อมได้ (แล้วอย่าลืมสลับขาด้วย) ถ้าทำถูกจะเมื่อยมาก แต่ได้ผลแน่นอน


ติดตามบทความเกี่ยวกับการลดน้ำหนักและการออกกำลังกายที่น่าสนใจได้ที่


เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!  วิธีที่ 2 ควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์  สำหรับใครที่มีเซลลูไลท์ที่ขาเยอะมาก แค่ออกกำลังกายอาจจะยังไม่พอ ก็สามารถใช้วิธีการควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายก็ได้ผลดีมากยิ่งขึ้นเลยค่ะ ซึ่งอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ และสามารถยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์มาแชร์ให้สาวๆ ได้เลือกซื้อมากินกันค่ะ ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอาหารชนิดใดบ้าง   1.แบล็กเบอร์รี  แบล็กเบอร์รีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ตรงเข้าไปสลายไขมัน ก่อนที่ไขมันจะเข้าไปจับตัวเซลล์เนื้อเยื่ออ่อน จนทำให้เป็นก้อนใต้ชั้นผิว และส่งผลให้ผิวไม่เรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ซึ่งทำให้ผิวกระจ่างใสและมีความเรียบเนียนได้มากกว่าเดิม   2.สับปะรด  สับปะรดอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินซี รวมทั้งมีสารที่สำคัญนั่นก็คือ สารโบรเมอเลน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทั้งนี้เมื่อระบบเลือดทำงานได้ดี ก็ย่อมส่งผลให้การทำงานในระบบอื่นๆ ดีตามไปด้วย   3.หน่อไม้ฝรั่ง  หน่อไม้ฝรั่งมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้แก่หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอย โดยจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพดี แถมยังมีสรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ ตลอดจนทำให้ร่างกายสามารถขับสารพิษที่สะสมอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น   4.พริก  ความเผ็ดที่ได้จากพริกนั้น จะช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการผลิตความร้อนขึ้นภายในร่างกาย นั่นจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น   5.น้ำมันมะกอก  น้ำมันมะกอกจัดเป็นไขมันดีและยังอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ดี ทั้งนี้เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานได้เป็นปกติ ก็จะช่วยบูสต์ระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยเบิร์นไขมันได้ดีอีกด้วย ดังนั้นเมื่อไขมันชั้นผิวมีน้อย ก็จะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาเติมร่องลึก จึงทำให้ผิวมีความเรียบเนียนและกระชับมากขึ้นกว่าเดิม   6.แอปเปิลไซเดอร์  แอปเปิลไซเดอร์อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งสารอาหารประเภทนี้มีส่วนช่วยกำจัดสารพิษ และช่วยขับน้ำที่คั่งในเซลล์บริเวณต้นขาและหน้าท้อง ทำให้อาการบวมและอาการท้องอืดลดลง แถมยังช่วยลดการก่อตัวของเซลลูไลท์ได้อีกด้วย   7.ชาเขียว  ชาเขียวมีสารคาทิชิน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันเส้นใยคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลาย และยังจัดเป็นสารที่จำเป็นซึ่งช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และสุขภาพดี   8.ปลาแซลมอน  ปลาแซลมอนมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความอยากอาหารได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบ พร้อมทั้งช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่ออ่อนที่คอยให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวอีกด้วย   9.ดาร์กช็อกโกแลต  ช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีน โดยสารชนิดนี้จะช่วยดึงน้ำออกจากเซลล์ไขมัน จึงทำให้ไขมันไม่พองตัว และยังช่วยลดการเกิดรอยขรุขระในผิวได้เป็นอย่างดี   10.เมล็ดทานตะวัน  เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความอ่อนแอ ซึ่งจะเป็นลักษณะของผิวที่ถูกโจมตีโดยเซลลูไลท์ได้ง่ายมากๆ

วิธีที่ 2 ควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์ 

สำหรับใครที่มีเซลลูไลท์ที่ขาเยอะมาก แค่ออกกำลังกายอาจจะยังไม่พอ ก็สามารถใช้วิธีการควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายก็ได้ผลดีมากยิ่งขึ้นเลยค่ะ ซึ่งอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ และสามารถยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์มาแชร์ให้สาวๆ ได้เลือกซื้อมากินกันค่ะ ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอาหารชนิดใดบ้าง


เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!  วิธีที่ 2 ควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์  สำหรับใครที่มีเซลลูไลท์ที่ขาเยอะมาก แค่ออกกำลังกายอาจจะยังไม่พอ ก็สามารถใช้วิธีการควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายก็ได้ผลดีมากยิ่งขึ้นเลยค่ะ ซึ่งอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ และสามารถยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์มาแชร์ให้สาวๆ ได้เลือกซื้อมากินกันค่ะ ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอาหารชนิดใดบ้าง   1.แบล็กเบอร์รี  แบล็กเบอร์รีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ตรงเข้าไปสลายไขมัน ก่อนที่ไขมันจะเข้าไปจับตัวเซลล์เนื้อเยื่ออ่อน จนทำให้เป็นก้อนใต้ชั้นผิว และส่งผลให้ผิวไม่เรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ซึ่งทำให้ผิวกระจ่างใสและมีความเรียบเนียนได้มากกว่าเดิม   2.สับปะรด  สับปะรดอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินซี รวมทั้งมีสารที่สำคัญนั่นก็คือ สารโบรเมอเลน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทั้งนี้เมื่อระบบเลือดทำงานได้ดี ก็ย่อมส่งผลให้การทำงานในระบบอื่นๆ ดีตามไปด้วย   3.หน่อไม้ฝรั่ง  หน่อไม้ฝรั่งมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้แก่หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอย โดยจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพดี แถมยังมีสรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ ตลอดจนทำให้ร่างกายสามารถขับสารพิษที่สะสมอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น   4.พริก  ความเผ็ดที่ได้จากพริกนั้น จะช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการผลิตความร้อนขึ้นภายในร่างกาย นั่นจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น   5.น้ำมันมะกอก  น้ำมันมะกอกจัดเป็นไขมันดีและยังอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ดี ทั้งนี้เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานได้เป็นปกติ ก็จะช่วยบูสต์ระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยเบิร์นไขมันได้ดีอีกด้วย ดังนั้นเมื่อไขมันชั้นผิวมีน้อย ก็จะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาเติมร่องลึก จึงทำให้ผิวมีความเรียบเนียนและกระชับมากขึ้นกว่าเดิม   6.แอปเปิลไซเดอร์  แอปเปิลไซเดอร์อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งสารอาหารประเภทนี้มีส่วนช่วยกำจัดสารพิษ และช่วยขับน้ำที่คั่งในเซลล์บริเวณต้นขาและหน้าท้อง ทำให้อาการบวมและอาการท้องอืดลดลง แถมยังช่วยลดการก่อตัวของเซลลูไลท์ได้อีกด้วย   7.ชาเขียว  ชาเขียวมีสารคาทิชิน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันเส้นใยคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลาย และยังจัดเป็นสารที่จำเป็นซึ่งช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และสุขภาพดี   8.ปลาแซลมอน  ปลาแซลมอนมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความอยากอาหารได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบ พร้อมทั้งช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่ออ่อนที่คอยให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวอีกด้วย   9.ดาร์กช็อกโกแลต  ช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีน โดยสารชนิดนี้จะช่วยดึงน้ำออกจากเซลล์ไขมัน จึงทำให้ไขมันไม่พองตัว และยังช่วยลดการเกิดรอยขรุขระในผิวได้เป็นอย่างดี   10.เมล็ดทานตะวัน  เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความอ่อนแอ ซึ่งจะเป็นลักษณะของผิวที่ถูกโจมตีโดยเซลลูไลท์ได้ง่ายมากๆ

1.แบล็กเบอร์รี

แบล็กเบอร์รีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ตรงเข้าไปสลายไขมัน ก่อนที่ไขมันจะเข้าไปจับตัวเซลล์เนื้อเยื่ออ่อน จนทำให้เป็นก้อนใต้ชั้นผิว และส่งผลให้ผิวไม่เรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ซึ่งทำให้ผิวกระจ่างใสและมีความเรียบเนียนได้มากกว่าเดิม


เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!  วิธีที่ 2 ควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์  สำหรับใครที่มีเซลลูไลท์ที่ขาเยอะมาก แค่ออกกำลังกายอาจจะยังไม่พอ ก็สามารถใช้วิธีการควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายก็ได้ผลดีมากยิ่งขึ้นเลยค่ะ ซึ่งอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ และสามารถยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์มาแชร์ให้สาวๆ ได้เลือกซื้อมากินกันค่ะ ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอาหารชนิดใดบ้าง   1.แบล็กเบอร์รี  แบล็กเบอร์รีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ตรงเข้าไปสลายไขมัน ก่อนที่ไขมันจะเข้าไปจับตัวเซลล์เนื้อเยื่ออ่อน จนทำให้เป็นก้อนใต้ชั้นผิว และส่งผลให้ผิวไม่เรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ซึ่งทำให้ผิวกระจ่างใสและมีความเรียบเนียนได้มากกว่าเดิม   2.สับปะรด  สับปะรดอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินซี รวมทั้งมีสารที่สำคัญนั่นก็คือ สารโบรเมอเลน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทั้งนี้เมื่อระบบเลือดทำงานได้ดี ก็ย่อมส่งผลให้การทำงานในระบบอื่นๆ ดีตามไปด้วย   3.หน่อไม้ฝรั่ง  หน่อไม้ฝรั่งมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้แก่หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอย โดยจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพดี แถมยังมีสรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ ตลอดจนทำให้ร่างกายสามารถขับสารพิษที่สะสมอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น   4.พริก  ความเผ็ดที่ได้จากพริกนั้น จะช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการผลิตความร้อนขึ้นภายในร่างกาย นั่นจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น   5.น้ำมันมะกอก  น้ำมันมะกอกจัดเป็นไขมันดีและยังอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ดี ทั้งนี้เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานได้เป็นปกติ ก็จะช่วยบูสต์ระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยเบิร์นไขมันได้ดีอีกด้วย ดังนั้นเมื่อไขมันชั้นผิวมีน้อย ก็จะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาเติมร่องลึก จึงทำให้ผิวมีความเรียบเนียนและกระชับมากขึ้นกว่าเดิม   6.แอปเปิลไซเดอร์  แอปเปิลไซเดอร์อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งสารอาหารประเภทนี้มีส่วนช่วยกำจัดสารพิษ และช่วยขับน้ำที่คั่งในเซลล์บริเวณต้นขาและหน้าท้อง ทำให้อาการบวมและอาการท้องอืดลดลง แถมยังช่วยลดการก่อตัวของเซลลูไลท์ได้อีกด้วย   7.ชาเขียว  ชาเขียวมีสารคาทิชิน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันเส้นใยคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลาย และยังจัดเป็นสารที่จำเป็นซึ่งช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และสุขภาพดี   8.ปลาแซลมอน  ปลาแซลมอนมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความอยากอาหารได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบ พร้อมทั้งช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่ออ่อนที่คอยให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวอีกด้วย   9.ดาร์กช็อกโกแลต  ช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีน โดยสารชนิดนี้จะช่วยดึงน้ำออกจากเซลล์ไขมัน จึงทำให้ไขมันไม่พองตัว และยังช่วยลดการเกิดรอยขรุขระในผิวได้เป็นอย่างดี   10.เมล็ดทานตะวัน  เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความอ่อนแอ ซึ่งจะเป็นลักษณะของผิวที่ถูกโจมตีโดยเซลลูไลท์ได้ง่ายมากๆ

2.สับปะรด

สับปะรดอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินซี รวมทั้งมีสารที่สำคัญนั่นก็คือ สารโบรเมอเลน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทั้งนี้เมื่อระบบเลือดทำงานได้ดี ก็ย่อมส่งผลให้การทำงานในระบบอื่นๆ ดีตามไปด้วย


เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!  วิธีที่ 2 ควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์  สำหรับใครที่มีเซลลูไลท์ที่ขาเยอะมาก แค่ออกกำลังกายอาจจะยังไม่พอ ก็สามารถใช้วิธีการควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายก็ได้ผลดีมากยิ่งขึ้นเลยค่ะ ซึ่งอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ และสามารถยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์มาแชร์ให้สาวๆ ได้เลือกซื้อมากินกันค่ะ ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอาหารชนิดใดบ้าง   1.แบล็กเบอร์รี  แบล็กเบอร์รีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ตรงเข้าไปสลายไขมัน ก่อนที่ไขมันจะเข้าไปจับตัวเซลล์เนื้อเยื่ออ่อน จนทำให้เป็นก้อนใต้ชั้นผิว และส่งผลให้ผิวไม่เรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ซึ่งทำให้ผิวกระจ่างใสและมีความเรียบเนียนได้มากกว่าเดิม   2.สับปะรด  สับปะรดอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินซี รวมทั้งมีสารที่สำคัญนั่นก็คือ สารโบรเมอเลน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทั้งนี้เมื่อระบบเลือดทำงานได้ดี ก็ย่อมส่งผลให้การทำงานในระบบอื่นๆ ดีตามไปด้วย   3.หน่อไม้ฝรั่ง  หน่อไม้ฝรั่งมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้แก่หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอย โดยจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพดี แถมยังมีสรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ ตลอดจนทำให้ร่างกายสามารถขับสารพิษที่สะสมอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น   4.พริก  ความเผ็ดที่ได้จากพริกนั้น จะช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการผลิตความร้อนขึ้นภายในร่างกาย นั่นจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น   5.น้ำมันมะกอก  น้ำมันมะกอกจัดเป็นไขมันดีและยังอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ดี ทั้งนี้เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานได้เป็นปกติ ก็จะช่วยบูสต์ระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยเบิร์นไขมันได้ดีอีกด้วย ดังนั้นเมื่อไขมันชั้นผิวมีน้อย ก็จะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาเติมร่องลึก จึงทำให้ผิวมีความเรียบเนียนและกระชับมากขึ้นกว่าเดิม   6.แอปเปิลไซเดอร์  แอปเปิลไซเดอร์อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งสารอาหารประเภทนี้มีส่วนช่วยกำจัดสารพิษ และช่วยขับน้ำที่คั่งในเซลล์บริเวณต้นขาและหน้าท้อง ทำให้อาการบวมและอาการท้องอืดลดลง แถมยังช่วยลดการก่อตัวของเซลลูไลท์ได้อีกด้วย   7.ชาเขียว  ชาเขียวมีสารคาทิชิน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันเส้นใยคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลาย และยังจัดเป็นสารที่จำเป็นซึ่งช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และสุขภาพดี   8.ปลาแซลมอน  ปลาแซลมอนมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความอยากอาหารได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบ พร้อมทั้งช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่ออ่อนที่คอยให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวอีกด้วย   9.ดาร์กช็อกโกแลต  ช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีน โดยสารชนิดนี้จะช่วยดึงน้ำออกจากเซลล์ไขมัน จึงทำให้ไขมันไม่พองตัว และยังช่วยลดการเกิดรอยขรุขระในผิวได้เป็นอย่างดี   10.เมล็ดทานตะวัน  เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความอ่อนแอ ซึ่งจะเป็นลักษณะของผิวที่ถูกโจมตีโดยเซลลูไลท์ได้ง่ายมากๆ

3.หน่อไม้ฝรั่ง

หน่อไม้ฝรั่งมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้แก่หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอย โดยจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพดี แถมยังมีสรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ ตลอดจนทำให้ร่างกายสามารถขับสารพิษที่สะสมอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น


เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!  วิธีที่ 2 ควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์  สำหรับใครที่มีเซลลูไลท์ที่ขาเยอะมาก แค่ออกกำลังกายอาจจะยังไม่พอ ก็สามารถใช้วิธีการควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายก็ได้ผลดีมากยิ่งขึ้นเลยค่ะ ซึ่งอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ และสามารถยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์มาแชร์ให้สาวๆ ได้เลือกซื้อมากินกันค่ะ ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอาหารชนิดใดบ้าง   1.แบล็กเบอร์รี  แบล็กเบอร์รีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ตรงเข้าไปสลายไขมัน ก่อนที่ไขมันจะเข้าไปจับตัวเซลล์เนื้อเยื่ออ่อน จนทำให้เป็นก้อนใต้ชั้นผิว และส่งผลให้ผิวไม่เรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ซึ่งทำให้ผิวกระจ่างใสและมีความเรียบเนียนได้มากกว่าเดิม   2.สับปะรด  สับปะรดอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินซี รวมทั้งมีสารที่สำคัญนั่นก็คือ สารโบรเมอเลน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทั้งนี้เมื่อระบบเลือดทำงานได้ดี ก็ย่อมส่งผลให้การทำงานในระบบอื่นๆ ดีตามไปด้วย   3.หน่อไม้ฝรั่ง  หน่อไม้ฝรั่งมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้แก่หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอย โดยจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพดี แถมยังมีสรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ ตลอดจนทำให้ร่างกายสามารถขับสารพิษที่สะสมอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น   4.พริก  ความเผ็ดที่ได้จากพริกนั้น จะช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการผลิตความร้อนขึ้นภายในร่างกาย นั่นจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น   5.น้ำมันมะกอก  น้ำมันมะกอกจัดเป็นไขมันดีและยังอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ดี ทั้งนี้เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานได้เป็นปกติ ก็จะช่วยบูสต์ระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยเบิร์นไขมันได้ดีอีกด้วย ดังนั้นเมื่อไขมันชั้นผิวมีน้อย ก็จะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาเติมร่องลึก จึงทำให้ผิวมีความเรียบเนียนและกระชับมากขึ้นกว่าเดิม   6.แอปเปิลไซเดอร์  แอปเปิลไซเดอร์อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งสารอาหารประเภทนี้มีส่วนช่วยกำจัดสารพิษ และช่วยขับน้ำที่คั่งในเซลล์บริเวณต้นขาและหน้าท้อง ทำให้อาการบวมและอาการท้องอืดลดลง แถมยังช่วยลดการก่อตัวของเซลลูไลท์ได้อีกด้วย   7.ชาเขียว  ชาเขียวมีสารคาทิชิน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันเส้นใยคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลาย และยังจัดเป็นสารที่จำเป็นซึ่งช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และสุขภาพดี   8.ปลาแซลมอน  ปลาแซลมอนมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความอยากอาหารได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบ พร้อมทั้งช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่ออ่อนที่คอยให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวอีกด้วย   9.ดาร์กช็อกโกแลต  ช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีน โดยสารชนิดนี้จะช่วยดึงน้ำออกจากเซลล์ไขมัน จึงทำให้ไขมันไม่พองตัว และยังช่วยลดการเกิดรอยขรุขระในผิวได้เป็นอย่างดี   10.เมล็ดทานตะวัน  เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความอ่อนแอ ซึ่งจะเป็นลักษณะของผิวที่ถูกโจมตีโดยเซลลูไลท์ได้ง่ายมากๆ

4.พริก

ความเผ็ดที่ได้จากพริกนั้น จะช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการผลิตความร้อนขึ้นภายในร่างกาย นั่นจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!  วิธีที่ 2 ควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์  สำหรับใครที่มีเซลลูไลท์ที่ขาเยอะมาก แค่ออกกำลังกายอาจจะยังไม่พอ ก็สามารถใช้วิธีการควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายก็ได้ผลดีมากยิ่งขึ้นเลยค่ะ ซึ่งอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ และสามารถยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์มาแชร์ให้สาวๆ ได้เลือกซื้อมากินกันค่ะ ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอาหารชนิดใดบ้าง   1.แบล็กเบอร์รี  แบล็กเบอร์รีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ตรงเข้าไปสลายไขมัน ก่อนที่ไขมันจะเข้าไปจับตัวเซลล์เนื้อเยื่ออ่อน จนทำให้เป็นก้อนใต้ชั้นผิว และส่งผลให้ผิวไม่เรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ซึ่งทำให้ผิวกระจ่างใสและมีความเรียบเนียนได้มากกว่าเดิม   2.สับปะรด  สับปะรดอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินซี รวมทั้งมีสารที่สำคัญนั่นก็คือ สารโบรเมอเลน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทั้งนี้เมื่อระบบเลือดทำงานได้ดี ก็ย่อมส่งผลให้การทำงานในระบบอื่นๆ ดีตามไปด้วย   3.หน่อไม้ฝรั่ง  หน่อไม้ฝรั่งมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้แก่หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอย โดยจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพดี แถมยังมีสรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ ตลอดจนทำให้ร่างกายสามารถขับสารพิษที่สะสมอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น   4.พริก  ความเผ็ดที่ได้จากพริกนั้น จะช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการผลิตความร้อนขึ้นภายในร่างกาย นั่นจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น   5.น้ำมันมะกอก  น้ำมันมะกอกจัดเป็นไขมันดีและยังอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ดี ทั้งนี้เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานได้เป็นปกติ ก็จะช่วยบูสต์ระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยเบิร์นไขมันได้ดีอีกด้วย ดังนั้นเมื่อไขมันชั้นผิวมีน้อย ก็จะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาเติมร่องลึก จึงทำให้ผิวมีความเรียบเนียนและกระชับมากขึ้นกว่าเดิม   6.แอปเปิลไซเดอร์  แอปเปิลไซเดอร์อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งสารอาหารประเภทนี้มีส่วนช่วยกำจัดสารพิษ และช่วยขับน้ำที่คั่งในเซลล์บริเวณต้นขาและหน้าท้อง ทำให้อาการบวมและอาการท้องอืดลดลง แถมยังช่วยลดการก่อตัวของเซลลูไลท์ได้อีกด้วย   7.ชาเขียว  ชาเขียวมีสารคาทิชิน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันเส้นใยคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลาย และยังจัดเป็นสารที่จำเป็นซึ่งช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และสุขภาพดี   8.ปลาแซลมอน  ปลาแซลมอนมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความอยากอาหารได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบ พร้อมทั้งช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่ออ่อนที่คอยให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวอีกด้วย   9.ดาร์กช็อกโกแลต  ช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีน โดยสารชนิดนี้จะช่วยดึงน้ำออกจากเซลล์ไขมัน จึงทำให้ไขมันไม่พองตัว และยังช่วยลดการเกิดรอยขรุขระในผิวได้เป็นอย่างดี   10.เมล็ดทานตะวัน  เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความอ่อนแอ ซึ่งจะเป็นลักษณะของผิวที่ถูกโจมตีโดยเซลลูไลท์ได้ง่ายมากๆ

5.น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอกจัดเป็นไขมันดีและยังอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ดี ทั้งนี้เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานได้เป็นปกติ ก็จะช่วยบูสต์ระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยเบิร์นไขมันได้ดีอีกด้วย ดังนั้นเมื่อไขมันชั้นผิวมีน้อย ก็จะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาเติมร่องลึก จึงทำให้ผิวมีความเรียบเนียนและกระชับมากขึ้นกว่าเดิม


เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!  วิธีที่ 2 ควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์  สำหรับใครที่มีเซลลูไลท์ที่ขาเยอะมาก แค่ออกกำลังกายอาจจะยังไม่พอ ก็สามารถใช้วิธีการควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายก็ได้ผลดีมากยิ่งขึ้นเลยค่ะ ซึ่งอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ และสามารถยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์มาแชร์ให้สาวๆ ได้เลือกซื้อมากินกันค่ะ ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอาหารชนิดใดบ้าง   1.แบล็กเบอร์รี  แบล็กเบอร์รีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ตรงเข้าไปสลายไขมัน ก่อนที่ไขมันจะเข้าไปจับตัวเซลล์เนื้อเยื่ออ่อน จนทำให้เป็นก้อนใต้ชั้นผิว และส่งผลให้ผิวไม่เรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ซึ่งทำให้ผิวกระจ่างใสและมีความเรียบเนียนได้มากกว่าเดิม   2.สับปะรด  สับปะรดอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินซี รวมทั้งมีสารที่สำคัญนั่นก็คือ สารโบรเมอเลน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทั้งนี้เมื่อระบบเลือดทำงานได้ดี ก็ย่อมส่งผลให้การทำงานในระบบอื่นๆ ดีตามไปด้วย   3.หน่อไม้ฝรั่ง  หน่อไม้ฝรั่งมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้แก่หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอย โดยจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพดี แถมยังมีสรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ ตลอดจนทำให้ร่างกายสามารถขับสารพิษที่สะสมอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น   4.พริก  ความเผ็ดที่ได้จากพริกนั้น จะช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการผลิตความร้อนขึ้นภายในร่างกาย นั่นจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น   5.น้ำมันมะกอก  น้ำมันมะกอกจัดเป็นไขมันดีและยังอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ดี ทั้งนี้เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานได้เป็นปกติ ก็จะช่วยบูสต์ระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยเบิร์นไขมันได้ดีอีกด้วย ดังนั้นเมื่อไขมันชั้นผิวมีน้อย ก็จะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาเติมร่องลึก จึงทำให้ผิวมีความเรียบเนียนและกระชับมากขึ้นกว่าเดิม   6.แอปเปิลไซเดอร์  แอปเปิลไซเดอร์อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งสารอาหารประเภทนี้มีส่วนช่วยกำจัดสารพิษ และช่วยขับน้ำที่คั่งในเซลล์บริเวณต้นขาและหน้าท้อง ทำให้อาการบวมและอาการท้องอืดลดลง แถมยังช่วยลดการก่อตัวของเซลลูไลท์ได้อีกด้วย   7.ชาเขียว  ชาเขียวมีสารคาทิชิน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันเส้นใยคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลาย และยังจัดเป็นสารที่จำเป็นซึ่งช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และสุขภาพดี   8.ปลาแซลมอน  ปลาแซลมอนมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความอยากอาหารได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบ พร้อมทั้งช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่ออ่อนที่คอยให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวอีกด้วย   9.ดาร์กช็อกโกแลต  ช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีน โดยสารชนิดนี้จะช่วยดึงน้ำออกจากเซลล์ไขมัน จึงทำให้ไขมันไม่พองตัว และยังช่วยลดการเกิดรอยขรุขระในผิวได้เป็นอย่างดี   10.เมล็ดทานตะวัน  เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความอ่อนแอ ซึ่งจะเป็นลักษณะของผิวที่ถูกโจมตีโดยเซลลูไลท์ได้ง่ายมากๆ

6.แอปเปิลไซเดอร์

แอปเปิลไซเดอร์อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งสารอาหารประเภทนี้มีส่วนช่วยกำจัดสารพิษ และช่วยขับน้ำที่คั่งในเซลล์บริเวณต้นขาและหน้าท้อง ทำให้อาการบวมและอาการท้องอืดลดลง แถมยังช่วยลดการก่อตัวของเซลลูไลท์ได้อีกด้วย


เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!  วิธีที่ 2 ควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์  สำหรับใครที่มีเซลลูไลท์ที่ขาเยอะมาก แค่ออกกำลังกายอาจจะยังไม่พอ ก็สามารถใช้วิธีการควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายก็ได้ผลดีมากยิ่งขึ้นเลยค่ะ ซึ่งอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ และสามารถยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์มาแชร์ให้สาวๆ ได้เลือกซื้อมากินกันค่ะ ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอาหารชนิดใดบ้าง   1.แบล็กเบอร์รี  แบล็กเบอร์รีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ตรงเข้าไปสลายไขมัน ก่อนที่ไขมันจะเข้าไปจับตัวเซลล์เนื้อเยื่ออ่อน จนทำให้เป็นก้อนใต้ชั้นผิว และส่งผลให้ผิวไม่เรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ซึ่งทำให้ผิวกระจ่างใสและมีความเรียบเนียนได้มากกว่าเดิม   2.สับปะรด  สับปะรดอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินซี รวมทั้งมีสารที่สำคัญนั่นก็คือ สารโบรเมอเลน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทั้งนี้เมื่อระบบเลือดทำงานได้ดี ก็ย่อมส่งผลให้การทำงานในระบบอื่นๆ ดีตามไปด้วย   3.หน่อไม้ฝรั่ง  หน่อไม้ฝรั่งมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้แก่หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอย โดยจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพดี แถมยังมีสรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ ตลอดจนทำให้ร่างกายสามารถขับสารพิษที่สะสมอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น   4.พริก  ความเผ็ดที่ได้จากพริกนั้น จะช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการผลิตความร้อนขึ้นภายในร่างกาย นั่นจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น   5.น้ำมันมะกอก  น้ำมันมะกอกจัดเป็นไขมันดีและยังอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ดี ทั้งนี้เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานได้เป็นปกติ ก็จะช่วยบูสต์ระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยเบิร์นไขมันได้ดีอีกด้วย ดังนั้นเมื่อไขมันชั้นผิวมีน้อย ก็จะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาเติมร่องลึก จึงทำให้ผิวมีความเรียบเนียนและกระชับมากขึ้นกว่าเดิม   6.แอปเปิลไซเดอร์  แอปเปิลไซเดอร์อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งสารอาหารประเภทนี้มีส่วนช่วยกำจัดสารพิษ และช่วยขับน้ำที่คั่งในเซลล์บริเวณต้นขาและหน้าท้อง ทำให้อาการบวมและอาการท้องอืดลดลง แถมยังช่วยลดการก่อตัวของเซลลูไลท์ได้อีกด้วย   7.ชาเขียว  ชาเขียวมีสารคาทิชิน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันเส้นใยคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลาย และยังจัดเป็นสารที่จำเป็นซึ่งช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และสุขภาพดี   8.ปลาแซลมอน  ปลาแซลมอนมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความอยากอาหารได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบ พร้อมทั้งช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่ออ่อนที่คอยให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวอีกด้วย   9.ดาร์กช็อกโกแลต  ช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีน โดยสารชนิดนี้จะช่วยดึงน้ำออกจากเซลล์ไขมัน จึงทำให้ไขมันไม่พองตัว และยังช่วยลดการเกิดรอยขรุขระในผิวได้เป็นอย่างดี   10.เมล็ดทานตะวัน  เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความอ่อนแอ ซึ่งจะเป็นลักษณะของผิวที่ถูกโจมตีโดยเซลลูไลท์ได้ง่ายมากๆ

7.ชาเขียว

ชาเขียวมีสารคาทิชิน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันเส้นใยคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลาย และยังจัดเป็นสารที่จำเป็นซึ่งช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และสุขภาพดี


เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!  วิธีที่ 2 ควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์  สำหรับใครที่มีเซลลูไลท์ที่ขาเยอะมาก แค่ออกกำลังกายอาจจะยังไม่พอ ก็สามารถใช้วิธีการควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายก็ได้ผลดีมากยิ่งขึ้นเลยค่ะ ซึ่งอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ และสามารถยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์มาแชร์ให้สาวๆ ได้เลือกซื้อมากินกันค่ะ ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอาหารชนิดใดบ้าง   1.แบล็กเบอร์รี  แบล็กเบอร์รีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ตรงเข้าไปสลายไขมัน ก่อนที่ไขมันจะเข้าไปจับตัวเซลล์เนื้อเยื่ออ่อน จนทำให้เป็นก้อนใต้ชั้นผิว และส่งผลให้ผิวไม่เรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ซึ่งทำให้ผิวกระจ่างใสและมีความเรียบเนียนได้มากกว่าเดิม   2.สับปะรด  สับปะรดอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินซี รวมทั้งมีสารที่สำคัญนั่นก็คือ สารโบรเมอเลน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทั้งนี้เมื่อระบบเลือดทำงานได้ดี ก็ย่อมส่งผลให้การทำงานในระบบอื่นๆ ดีตามไปด้วย   3.หน่อไม้ฝรั่ง  หน่อไม้ฝรั่งมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้แก่หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอย โดยจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพดี แถมยังมีสรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ ตลอดจนทำให้ร่างกายสามารถขับสารพิษที่สะสมอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น   4.พริก  ความเผ็ดที่ได้จากพริกนั้น จะช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการผลิตความร้อนขึ้นภายในร่างกาย นั่นจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น   5.น้ำมันมะกอก  น้ำมันมะกอกจัดเป็นไขมันดีและยังอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ดี ทั้งนี้เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานได้เป็นปกติ ก็จะช่วยบูสต์ระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยเบิร์นไขมันได้ดีอีกด้วย ดังนั้นเมื่อไขมันชั้นผิวมีน้อย ก็จะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาเติมร่องลึก จึงทำให้ผิวมีความเรียบเนียนและกระชับมากขึ้นกว่าเดิม   6.แอปเปิลไซเดอร์  แอปเปิลไซเดอร์อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งสารอาหารประเภทนี้มีส่วนช่วยกำจัดสารพิษ และช่วยขับน้ำที่คั่งในเซลล์บริเวณต้นขาและหน้าท้อง ทำให้อาการบวมและอาการท้องอืดลดลง แถมยังช่วยลดการก่อตัวของเซลลูไลท์ได้อีกด้วย   7.ชาเขียว  ชาเขียวมีสารคาทิชิน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันเส้นใยคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลาย และยังจัดเป็นสารที่จำเป็นซึ่งช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และสุขภาพดี   8.ปลาแซลมอน  ปลาแซลมอนมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความอยากอาหารได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบ พร้อมทั้งช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่ออ่อนที่คอยให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวอีกด้วย   9.ดาร์กช็อกโกแลต  ช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีน โดยสารชนิดนี้จะช่วยดึงน้ำออกจากเซลล์ไขมัน จึงทำให้ไขมันไม่พองตัว และยังช่วยลดการเกิดรอยขรุขระในผิวได้เป็นอย่างดี   10.เมล็ดทานตะวัน  เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความอ่อนแอ ซึ่งจะเป็นลักษณะของผิวที่ถูกโจมตีโดยเซลลูไลท์ได้ง่ายมากๆ

8.ปลาแซลมอน

ปลาแซลมอนมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความอยากอาหารได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบ พร้อมทั้งช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่ออ่อนที่คอยให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวอีกด้วย


เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!  วิธีที่ 2 ควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์  สำหรับใครที่มีเซลลูไลท์ที่ขาเยอะมาก แค่ออกกำลังกายอาจจะยังไม่พอ ก็สามารถใช้วิธีการควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายก็ได้ผลดีมากยิ่งขึ้นเลยค่ะ ซึ่งอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ และสามารถยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์มาแชร์ให้สาวๆ ได้เลือกซื้อมากินกันค่ะ ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอาหารชนิดใดบ้าง   1.แบล็กเบอร์รี  แบล็กเบอร์รีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ตรงเข้าไปสลายไขมัน ก่อนที่ไขมันจะเข้าไปจับตัวเซลล์เนื้อเยื่ออ่อน จนทำให้เป็นก้อนใต้ชั้นผิว และส่งผลให้ผิวไม่เรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ซึ่งทำให้ผิวกระจ่างใสและมีความเรียบเนียนได้มากกว่าเดิม   2.สับปะรด  สับปะรดอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินซี รวมทั้งมีสารที่สำคัญนั่นก็คือ สารโบรเมอเลน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทั้งนี้เมื่อระบบเลือดทำงานได้ดี ก็ย่อมส่งผลให้การทำงานในระบบอื่นๆ ดีตามไปด้วย   3.หน่อไม้ฝรั่ง  หน่อไม้ฝรั่งมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้แก่หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอย โดยจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพดี แถมยังมีสรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ ตลอดจนทำให้ร่างกายสามารถขับสารพิษที่สะสมอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น   4.พริก  ความเผ็ดที่ได้จากพริกนั้น จะช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการผลิตความร้อนขึ้นภายในร่างกาย นั่นจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น   5.น้ำมันมะกอก  น้ำมันมะกอกจัดเป็นไขมันดีและยังอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ดี ทั้งนี้เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานได้เป็นปกติ ก็จะช่วยบูสต์ระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยเบิร์นไขมันได้ดีอีกด้วย ดังนั้นเมื่อไขมันชั้นผิวมีน้อย ก็จะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาเติมร่องลึก จึงทำให้ผิวมีความเรียบเนียนและกระชับมากขึ้นกว่าเดิม   6.แอปเปิลไซเดอร์  แอปเปิลไซเดอร์อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งสารอาหารประเภทนี้มีส่วนช่วยกำจัดสารพิษ และช่วยขับน้ำที่คั่งในเซลล์บริเวณต้นขาและหน้าท้อง ทำให้อาการบวมและอาการท้องอืดลดลง แถมยังช่วยลดการก่อตัวของเซลลูไลท์ได้อีกด้วย   7.ชาเขียว  ชาเขียวมีสารคาทิชิน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันเส้นใยคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลาย และยังจัดเป็นสารที่จำเป็นซึ่งช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และสุขภาพดี   8.ปลาแซลมอน  ปลาแซลมอนมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความอยากอาหารได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบ พร้อมทั้งช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่ออ่อนที่คอยให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวอีกด้วย   9.ดาร์กช็อกโกแลต  ช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีน โดยสารชนิดนี้จะช่วยดึงน้ำออกจากเซลล์ไขมัน จึงทำให้ไขมันไม่พองตัว และยังช่วยลดการเกิดรอยขรุขระในผิวได้เป็นอย่างดี   10.เมล็ดทานตะวัน  เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความอ่อนแอ ซึ่งจะเป็นลักษณะของผิวที่ถูกโจมตีโดยเซลลูไลท์ได้ง่ายมากๆ

9.ดาร์กช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีน โดยสารชนิดนี้จะช่วยดึงน้ำออกจากเซลล์ไขมัน จึงทำให้ไขมันไม่พองตัว และยังช่วยลดการเกิดรอยขรุขระในผิวได้เป็นอย่างดี


เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!  วิธีที่ 2 ควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์  สำหรับใครที่มีเซลลูไลท์ที่ขาเยอะมาก แค่ออกกำลังกายอาจจะยังไม่พอ ก็สามารถใช้วิธีการควบคุมอาหาร และเลือกทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญ พร้อมยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายก็ได้ผลดีมากยิ่งขึ้นเลยค่ะ ซึ่งอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ และสามารถยับยั้งการเกิดเซลลูไลท์มาแชร์ให้สาวๆ ได้เลือกซื้อมากินกันค่ะ ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอาหารชนิดใดบ้าง   1.แบล็กเบอร์รี  แบล็กเบอร์รีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ตรงเข้าไปสลายไขมัน ก่อนที่ไขมันจะเข้าไปจับตัวเซลล์เนื้อเยื่ออ่อน จนทำให้เป็นก้อนใต้ชั้นผิว และส่งผลให้ผิวไม่เรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ซึ่งทำให้ผิวกระจ่างใสและมีความเรียบเนียนได้มากกว่าเดิม   2.สับปะรด  สับปะรดอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินซี รวมทั้งมีสารที่สำคัญนั่นก็คือ สารโบรเมอเลน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทั้งนี้เมื่อระบบเลือดทำงานได้ดี ก็ย่อมส่งผลให้การทำงานในระบบอื่นๆ ดีตามไปด้วย   3.หน่อไม้ฝรั่ง  หน่อไม้ฝรั่งมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้แก่หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอย โดยจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพดี แถมยังมีสรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ ตลอดจนทำให้ร่างกายสามารถขับสารพิษที่สะสมอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น   4.พริก  ความเผ็ดที่ได้จากพริกนั้น จะช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการผลิตความร้อนขึ้นภายในร่างกาย นั่นจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น   5.น้ำมันมะกอก  น้ำมันมะกอกจัดเป็นไขมันดีและยังอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ดี ทั้งนี้เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานได้เป็นปกติ ก็จะช่วยบูสต์ระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยเบิร์นไขมันได้ดีอีกด้วย ดังนั้นเมื่อไขมันชั้นผิวมีน้อย ก็จะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาเติมร่องลึก จึงทำให้ผิวมีความเรียบเนียนและกระชับมากขึ้นกว่าเดิม   6.แอปเปิลไซเดอร์  แอปเปิลไซเดอร์อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งสารอาหารประเภทนี้มีส่วนช่วยกำจัดสารพิษ และช่วยขับน้ำที่คั่งในเซลล์บริเวณต้นขาและหน้าท้อง ทำให้อาการบวมและอาการท้องอืดลดลง แถมยังช่วยลดการก่อตัวของเซลลูไลท์ได้อีกด้วย   7.ชาเขียว  ชาเขียวมีสารคาทิชิน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันเส้นใยคอลลาเจนไม่ให้ถูกทำลาย และยังจัดเป็นสารที่จำเป็นซึ่งช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และสุขภาพดี   8.ปลาแซลมอน  ปลาแซลมอนมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความอยากอาหารได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบ พร้อมทั้งช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่ออ่อนที่คอยให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวอีกด้วย   9.ดาร์กช็อกโกแลต  ช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีน โดยสารชนิดนี้จะช่วยดึงน้ำออกจากเซลล์ไขมัน จึงทำให้ไขมันไม่พองตัว และยังช่วยลดการเกิดรอยขรุขระในผิวได้เป็นอย่างดี   10.เมล็ดทานตะวัน  เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความอ่อนแอ ซึ่งจะเป็นลักษณะของผิวที่ถูกโจมตีโดยเซลลูไลท์ได้ง่ายมากๆ

10.เมล็ดทานตะวัน

เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความอ่อนแอ ซึ่งจะเป็นลักษณะของผิวที่ถูกโจมตีโดยเซลลูไลท์ได้ง่ายมากๆ


วิธีที่ 3 ลดเซลลูไลท์ต้นขา ด้วยการถูหรือสครับ

สำหรับสครับขัดผิวกำจัดเซลลูไลท์นั้นทำง่าย ใช้ง่าย ได้ผลใน 7 วันกันเลยค่ะ ซึ่งมีส่วนผสมดังนี้น้ำตาล 1 ถ้วย,  เมล็ดกาแฟบดแล้ว 1 ถ้วย, สารสกัดโกจิเบอรี่ 2 ช้อนชา หรือโกจิเบอรี่บดละเอียด 6 ช้อนชา, น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันมะพร้าว 1 ถ้วย


เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่บางคนเรียกกันอีกชื่อว่า ‘ผิวเปลือกส้ม’ นั้นเนื่องจากเมื่อบีบที่ผิวแล้วก็จะเกิดเป็นลักษณะผิวขรุขระขึ้นมาเหมือนกับผิวของเปลือกส้ม และไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่บริเวณส่วนใดของร่างกายก็เกิดเป็นปัญหากวนใจของสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการสะสมตามบริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้อง มากเป็นที่สุด ซึ่งมันก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดการสะสมตัวขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์หรือแม้แต่การลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกไปทางร่างกายด้วยการขับถ่ายได้เหมือนกับไขมันชนิดอื่นๆ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นในบริเวณที่มีการสะสมตัวอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดไขมันชนิดนี้ออกไปได้ ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับลดเซลลูไลท์ต้นขา  รวมถึงที่สะสมอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ให้มากขึ้นพร้อมกับวิธีการลดเซลลูไลท์ต้นขา ต้นแขน และบริเวณอื่นๆ ที่เค้าว่ากันว่าลดยากแสนยากกันค่ะ   หนึ่งความทุกข์ใจของผู้หญิงเรานั้น ก็คือการจะไปเที่ยวไหนทั้งที แต่ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจ กลัวเห็นต้นขาใหญ่ เซลลูไลต์ปลิ้น ไม่ได้การละ มาเริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายลดต้นขา ลดขาใหญ่ ให้ขาเรียวสวย ได้รูป มั่นใจทุกย่างก้าวไปเลยจ้าแม่! แต่ไม่ต้องกังวลว่าท่าจะแอดวานซ์ เหนื่อยเยอะนะ เพราะวันนี้มาเอาใจสาวขี้เกียจสายสลอธโดยเฉพาะ ไม่ต้องขยับเยอะ นอนทำก็ได้ขาเรียวเหมือนกัน!!  ลดเซลลูไลท์ต้นขา ด้วยการถูหรือสครับ สำหรับสครับขัดผิวกำจัดเซลลูไลท์นั้นทำง่าย ใช้ง่าย ได้ผลใน 7 วันกันเลยค่ะ ซึ่งมีส่วนผสมดังนี้น้ำตาล 1 ถ้วย,  เมล็ดกาแฟบดแล้ว 1 ถ้วย, สารสกัดโกจิเบอรี่ 2 ช้อนชา หรือโกจิเบอรี่บดละเอียด 6 ช้อนชา, น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันมะพร้าว 1 ถ้วย   โดยขั้นตอนแรกให้ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในโถปั่น แล้วปั่นด้วยความเร็วปานกลางให้ส่วนผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเทส่วนผสมที่ได้ เก็บในขวดปากกว้างที่มีฝาปิด    เมื่ออาบน้ำทำความสะอาดร่างกายตามปกติ จากนั้นใช้ สครับขัดผิวสูตรกำจัดเซลลูไลท์ พอกลงบนบริเวณที่มีเซลลูไลท์ และนวดเบาๆเป็นวงกลม ซ้ำในบริเวณนั้น นาน 2-3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าค่ะ   ซึ่งสารคาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟ จะช่วยเพิ่มอัตราการไหลเวียนเลือดบริเวณที่มีเซลลูไลท์ และช่วยกระจายไขมันและของเสียให้ถ่ายเทไป โกจิเบอรี่สกัด ช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระที่สะสมในบริเวณนั้นและช่วยกระชับผิวให้แต่งตึงไม่หย่อนคล้อย น้ำมันมะพร้าว ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น และน้ำตาลช่วยขัดสิ่งสกปรก เพิ่มการซึมซาบของคาเฟอีนและสารต้านอนุมูลอิสระของโกจิเบอรี่เข้าสู่ผิวค่ะ

โดยขั้นตอนแรกให้ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในโถปั่น แล้วปั่นด้วยความเร็วปานกลางให้ส่วนผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเทส่วนผสมที่ได้ เก็บในขวดปากกว้างที่มีฝาปิด 


เมื่ออาบน้ำทำความสะอาดร่างกายตามปกติ จากนั้นใช้ สครับขัดผิวสูตรกำจัดเซลลูไลท์ พอกลงบนบริเวณที่มีเซลลูไลท์ และนวดเบาๆเป็นวงกลม ซ้ำในบริเวณนั้น นาน 2-3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าค่ะ


ซึ่งสารคาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟ จะช่วยเพิ่มอัตราการไหลเวียนเลือดบริเวณที่มีเซลลูไลท์ และช่วยกระจายไขมันและของเสียให้ถ่ายเทไป โกจิเบอรี่สกัด ช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระที่สะสมในบริเวณนั้นและช่วยกระชับผิวให้แต่งตึงไม่หย่อนคล้อย น้ำมันมะพร้าว ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น และน้ำตาลช่วยขัดสิ่งสกปรก เพิ่มการซึมซาบของคาเฟอีนและสารต้านอนุมูลอิสระของโกจิเบอรี่เข้าสู่ผิวค่ะ


สถาบันลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์ จากประเทศอิตาลี Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์)  มีทั้งหมด 18 สาขา ทั่วประเทศ ทั้ง กรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัดครอบคลุมพื้นที่ ในการให้บริการสำหรับทุกท่าน ที่รักและสนใจ ในเรื่องการ ดูแลรูปร่าง ความงาม และ สุขภาพ โดยทีมงานมืออาชีพ มากประสบการณ์ของเรา ที่จะให้คำปรึกษาทุกท่าน อย่างใกล้ชิดทั้ง การกินโภชนาการ ควบคู่การออกกำลังกาย เคล็ดลับความสวยความงาม ในรูปแบบใหม่ ทรีทเม้นต์ใหม่  Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์) สถาบันลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์ จากประเทศอิตาลีภายใต้แนวคิด World of Advanced Technology in Firming & Slimming! เพื่อดูแลพร้อมแก้ปัญหารูปร่างสำหรับบุคคลที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักและสัดส่วนด้วยเทคโนโลยีที่ออกแบบรูปร่างด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่โดดเด่นทันสมัยและแตกต่างหนึ่งเดียวในประเทศไทย โดยสามารถวิเคราะห์และระบุปัญหารูปร่างเฉพาะส่วนของคุณได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และเห็นผลรวดเร็วในเวลาที่จำกัด  ใช้ครีมลดเซลลูไลท์ การนวดโดยการใช้ครีมลดเซลลูไลท์นวดบริเวณต้นแขนและต้นขาจะช่วยลดเซลลูไลท์ให้น้อยลงได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรเลือกครีมลดเซลลูไลท์ที่มีส่วนผสมของกาเฟอีนที่จะช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่ได้ อีกทั้งครีมนั้นจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อมีส่วนประกอบจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยลดไขมันได้ เช่น สารสกัดจากส้มแขก สารสกัดจากพริก เป็นต้น ซึ่งสาวๆ ควรศึกษาและเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือได้นะคะ

วิธีที่ 4 ใช้ครีมลดเซลลูไลท์

การนวดโดยการใช้ครีมลดเซลลูไลท์นวดบริเวณต้นแขนและต้นขาจะช่วยลดเซลลูไลท์ให้น้อยลงได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรเลือกครีมลดเซลลูไลท์ที่มีส่วนผสมของกาเฟอีนที่จะช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่ได้ อีกทั้งครีมนั้นจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อมีส่วนประกอบจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยลดไขมันได้ เช่น สารสกัดจากส้มแขก สารสกัดจากพริก เป็นต้น ซึ่งสาวๆ ควรศึกษาและเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือได้นะคะ


วิธีที่ 5 สลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ด้วยนวัตกรรม

CELLUSLIM TECH นวัตกรรมผสานเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในการ ช่วยสลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ต้นขา เร่งด่วนและเซลลูไลท์ทั่วร่างกาย ปัญหาเซลลูไลท์ ผิวเปลือกส้ม เป็นปัญหาที่แก้ยาก ลดน้ำหนักแล้วบางครั้งก็ยังไม่หายไป มาทำความรู้จักและวิธีจัดการกับปัญหา 


Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์) สถาบันลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์ จากประเทศอิตาลีภายใต้แนวคิด World of Advanced Technology in Firming & Slimming! เพื่อดูแลพร้อมแก้ปัญหารูปร่างสำหรับบุคคลที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักและสัดส่วนด้วยเทคโนโลยีที่ออกแบบรูปร่างด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่โดดเด่นทันสมัยและแตกต่างหนึ่งเดียวในประเทศไทย โดยสามารถวิเคราะห์และระบุปัญหารูปร่างเฉพาะส่วนของคุณได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และเห็นผลรวดเร็วในเวลาที่จำกัด  สลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ด้วยนวัตกรรม CELLUSLIM TECH นวัตกรรมผสานเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในการ ช่วยสลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ต้นขา เร่งด่วนและเซลลูไลท์ทั่วร่างกาย ปัญหาเซลลูไลท์ ผิวเปลือกส้ม เป็นปัญหาที่แก้ยาก ลดน้ำหนักแล้วบางครั้งก็ยังไม่หายไป มาทำความรู้จักและวิธีจัดการกับปัญหา    CELLUSLIM TECH นวัตกรรม 2IN1 ดียังไง ? CELLUSLIM TECH นวัตกรรม 2IN1 ผสานคลื่นความร้อน Thermic IR ซึ่งเป็นระบบฟาร์อินฟราเรดส่งผลให้เกิดความร้อนลึก (Deep-thermal) กับ ระบบแรงดูดสูญญากาศ (Vacuum) ใช้เวลา 40 นาที ทำให้เกิดการหดตัว / คลายตัวกับผิวหนัง และ กล้ามเนื้อ เกิดการ Decompress คล้ายคลึงกับ Massage ซึ่งส่งผลให้เกิดการลดและลดเซลลูไลท์กระตุ้นระบบการขับเสียของเซลร่างกาย ลดการบวมน้ำ ปรับปรุงและฟื้นฟูระบบไหลเวียนของโลหิตและระบบน้ำเหลือง กระชับผิวหนังและกล้ามเนื้อได้มีประสิทธิภาพ จากทาง Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์) สถาบันลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์     คลื่น Thermic IR (Far Infrared)  ลดสัดส่วนพร้อมยกกระชับผิว  ลด Cellulite ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น  กระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองและคลายตัวของกล้าม  เพิ่มการไหลเวียนเลือด  กระตุ้นการขับของเสีย   ระบบแรงดูดสูญญากาศ (Vacuum)  ช่วยลด Cellulite  ลดการหดรั้งของผังผืดและเนื้อเยื่อต่างๆ  กล้ามเนื้อคลายตัว  กระตุ้นการจัดเรียงตัวของคอลลาเจน และอิลาสติน  ช่วยทำให้คลื่น Thermic IR ลงสู่ชั้นผิวได้ลึกมากขึ้น

CELLUSLIM TECH นวัตกรรม 2IN1 ดียังไง ?

CELLUSLIM TECH นวัตกรรม 2IN1 ผสานคลื่นความร้อน Thermic IR ซึ่งเป็นระบบฟาร์อินฟราเรดส่งผลให้เกิดความร้อนลึก (Deep-thermal) กับ ระบบแรงดูดสูญญากาศ (Vacuum) ใช้เวลา 40 นาที ทำให้เกิดการหดตัว / คลายตัวกับผิวหนัง และ กล้ามเนื้อ เกิดการ Decompress คล้ายคลึงกับ Massage ซึ่งส่งผลให้เกิดการลดและลดเซลลูไลท์กระตุ้นระบบการขับเสียของเซลร่างกาย ลดการบวมน้ำ ปรับปรุงและฟื้นฟูระบบไหลเวียนของโลหิตและระบบน้ำเหลือง กระชับผิวหนังและกล้ามเนื้อได้มีประสิทธิภาพ จากทาง Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์) สถาบันลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์  


คลื่น Thermic IR (Far Infrared)

  • ลดสัดส่วนพร้อมยกกระชับผิว

  • ลด Cellulite ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

  • กระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองและคลายตัวของกล้าม

  • เพิ่มการไหลเวียนเลือด

  • กระตุ้นการขับของเสีย


ระบบแรงดูดสูญญากาศ (Vacuum)

  • ช่วยลด Cellulite

  • ลดการหดรั้งของผังผืดและเนื้อเยื่อต่างๆ

  • กล้ามเนื้อคลายตัว

  • กระตุ้นการจัดเรียงตัวของคอลลาเจน และอิลาสติน

  • ช่วยทำให้คลื่น Thermic IR ลงสู่ชั้นผิวได้ลึกมากขึ้น


Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์) สถาบันลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์ จากประเทศอิตาลีภายใต้แนวคิด World of Advanced Technology in Firming & Slimming! เพื่อดูแลพร้อมแก้ปัญหารูปร่างสำหรับบุคคลที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักและสัดส่วนด้วยเทคโนโลยีที่ออกแบบรูปร่างด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่โดดเด่นทันสมัยและแตกต่างหนึ่งเดียวในประเทศไทย โดยสามารถวิเคราะห์และระบุปัญหารูปร่างเฉพาะส่วนของคุณได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และเห็นผลรวดเร็วในเวลาที่จำกัด  สลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ด้วยนวัตกรรม CELLUSLIM TECH นวัตกรรมผสานเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในการ ช่วยสลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ต้นขา เร่งด่วนและเซลลูไลท์ทั่วร่างกาย ปัญหาเซลลูไลท์ ผิวเปลือกส้ม เป็นปัญหาที่แก้ยาก ลดน้ำหนักแล้วบางครั้งก็ยังไม่หายไป มาทำความรู้จักและวิธีจัดการกับปัญหา    CELLUSLIM TECH นวัตกรรม 2IN1 ดียังไง ? CELLUSLIM TECH นวัตกรรม 2IN1 ผสานคลื่นความร้อน Thermic IR ซึ่งเป็นระบบฟาร์อินฟราเรดส่งผลให้เกิดความร้อนลึก (Deep-thermal) กับ ระบบแรงดูดสูญญากาศ (Vacuum) ใช้เวลา 40 นาที ทำให้เกิดการหดตัว / คลายตัวกับผิวหนัง และ กล้ามเนื้อ เกิดการ Decompress คล้ายคลึงกับ Massage ซึ่งส่งผลให้เกิดการลดและลดเซลลูไลท์กระตุ้นระบบการขับเสียของเซลร่างกาย ลดการบวมน้ำ ปรับปรุงและฟื้นฟูระบบไหลเวียนของโลหิตและระบบน้ำเหลือง กระชับผิวหนังและกล้ามเนื้อได้มีประสิทธิภาพ จากทาง Slim Up Center (สลิมอัพ เซ็นเตอร์) สถาบันลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์     คลื่น Thermic IR (Far Infrared)  ลดสัดส่วนพร้อมยกกระชับผิว  ลด Cellulite ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น  กระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองและคลายตัวของกล้าม  เพิ่มการไหลเวียนเลือด  กระตุ้นการขับของเสีย   ระบบแรงดูดสูญญากาศ (Vacuum)  ช่วยลด Cellulite  ลดการหดรั้งของผังผืดและเนื้อเยื่อต่างๆ  กล้ามเนื้อคลายตัว  กระตุ้นการจัดเรียงตัวของคอลลาเจน และอิลาสติน  ช่วยทำให้คลื่น Thermic IR ลงสู่ชั้นผิวได้ลึกมากขึ้น

หุ่นสวย สุขภาพดี เริ่มต้นที่ Slim Up Center พร้อมให้คำปรึกษาและบริการทั้ง 18 สาขาทั่วประเทศแล้ววันนี้ 👉ปรึกษาลดน้ำหนัก  ไขมัน และ สัดส่วน ทักแชท


Contact Us

Line : https://bit.ly/Slimupcenter หรือ @Slimupcenter

Call Center : 02-620-0000




Comments


bottom of page